ความทรงจำสีจางจาง pongpanus  (269 views)

What is ความทรงจำสีจางจาง doing now?

อย่ารอให้รักจากไป แล้ว จึงเข้าใจว่ารักกัน
7 days ago  ·  Comment »

Age

19

Location

ระยอง, Thailand

Birthday

February 21
 
Advertisement

Info

http://nn-nun.hi5.com - Send it to your friends

Age

19

Birthday

February 21

Location

ระยอง, Thailand

Languages

Thai
 

About Me

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...</

Interests

Favorite Music

Body slam ไอน้ำ
 

Favorite Movies

the letter
 

Favorite Books

การ์ตูน
 

Favorite Quote

หลายคนประสบปัญหา เจอคนหลายใจจนต้องตกที่นั่งเป็นมือที่สาม วันนี้เราได้ทำการ สำรวจและรวบรวมข้อมูลหลักฐานกลั่นกรองมาแล้วจนเป็นกฏ 10 ข้อ ที่จะใช้เรียกบุคคล ที่สามว่า "กิ๊ก" แทน "ชู้" ลองดูกันนะว่าจะตรงกับที่คุณเป็นอยู่กันบ้างรึปล่าว กฏ 10 ข้อของการเป็นกิ๊ก
1.ห้ามหึงหวงแต่ห่วงกันได้ (ก้อชั้นไม่ได้รักแกนี่)
2. มีอะไรกันได้แต่ไม่ใช่ของกันและกัน (ก็ชั้นมีตัวจริงอยู่แล้วนี่หว่า)
3.ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องมากเกินเหตุ (ก็แกไม่ใช่แฟนชั้นนี่หว่า กะแฟนยังเรียก ร้องไม่ได้เลย)
4. กิ๊กอาจเปลี่ยนสถานะได้ แต่ถ้าไม่ได้ก็ห้ามเศร้า (จะไปเศร้าทำไมวะ ก็รู้แต่ แรกแล้วว่าเค้ามีแฟนแล้ว)
5. ห้ามใช้กิ๊กร่วมกันกับเพื่อน (ก็ยังอยากได้ไว้เป็นของส่วนตัวอ่ะน่า)
6. ถ้ากิกส์คิดจะไปมีแฟนเป็นตัวตนโดยไม่ใช่เรา และยินดีด้วย แล้วค่อยตกลงกันอีกทีว่าจะยังกิ๊กกันต่อรึเปล่า (ก็เรารักคนนั้น นิ)
7. ไม่จำเป็นต้อง take care กันเกินเหตุเพราะเป็นแค่กิ๊ก (เออเด่ะ)
8. กิ๊กมีได้ไม่จำกัดจำนวนเป็น infinity ไม่จำกัดเพศ วัย และ สถานภาพ (ถ้าไม่ กลัวตายเพราะเอดส์แถมยังต้องปีนต้นงิ้วอีกก็เอา)
9. กิ๊กสำคัญรองจากแฟน (ก็ไม่ใช่แฟนนี่หว่า)
10. กิ๊กยังไงก็เป็นกิ๊กต้องเจียมตัว (เฮ้อ........ )
ปล. กิ๊กไม่ใช่ชู้แต่ถ้าแฟนรู้ก็ต้องเลิก(ก็ชั้นรักแฟนชั้นนี่ยะ)
 

hi5 Games

Play hi5 Games

ความทรงจำสีจางจาง hasn't played any games recently.

 

hi5 Gifts

Give a Gift    Get hi5 Coins    View all

ความทรงจำสีจางจาง has no unwrapped gifts.
 

Comments | View All Entries

Leave a comment for ความทรงจำสีจางจาง

Oct 2 10:45 PM
 
ทักทายจร้า

ทำไรอยุหรอ

มั่มๆๆด้วยเนอะ
 
Sep 15 6:57 PM
 
น้องนุ่นสบายดีป่าวอะ
 
 
Sep 10 12:26 AM
 
หวาด เด จ๊ะ สาว น้อย
ทาม ไร ยุ
หม่ำๆ ไร ยัง หว่า
 
 
 
 
Sep 7 4:59 AM
 
ดีดีจ้า

ทามไรอยู่หวา

หม่ำๆยังอ่ะจ๊ะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Aug 17 12:10 AM
 
Type your message here ... For help please read in CommentTemplate.txt เข้า..มา..เม้น...หั้ย แร้ว..น้า...ช่วย..เม้น กลับ...ด้วย...น้า..คร๊าบ แค่..นี้..ก้อ..สุข..จัย แร้ว
 
Apr 6 12:05 PM
 
*(อายลืมอ่นนะซึ้งมากๆ)
มีเพื่อนต่างเพศอยู่คู่หนึ่ง
เป็นเพื่อนที่รักกันมาก
ที่โรงเรียน
ฝ่ายชายจะเดินไปส่งฝ่ายหญิงที่บ้านเสมอทุกวัน
เวลาผ่านไป จนทั้งสองอยู่
มหาวิทยาลัย
ฝ่ายหญิงเริ่มไปแอบชอบผู้ชายคนนึง
และถามฝ่ายชายว่า
"นี่ เธอว่า เค้าเหมาะกับเราไหม"
"เค้าก้อหล่อดีนะ นิสัยดีด้วย "
"หรอ
อืม
อยากให้เค้ามาอยู่ข้างๆเราจังเลยเนอะ"
ต่อมาหญิงสาวก็ได้เป็นแฟนกับผู้ชายคนนั้นจิงๆ
วันนึงหญิงสาวบอกกับเพื่อนสนิทของตนว่า
"นี่ เธอไม่ต้องมาส่งเราทุกวันแล้วแหละ
ตอนนี้เค้าจะมาส่งเราแล้ว
เราไม่อยากให้เค้าเข้าใจผิด"
"อืม" ฝ่ายชายตอบรับ
และไม่ไปส่งหญิงสาวอีก
ต่อมาหญิงสาวทะเลาะกับแฟนของตน
จึงมาปรึกษาเพื่อนชายว่า
"เธอ
เด๋วนี้เขาไม่ค่อยสนใจเราเลยแหละ
เธอว่า
เราจะทำอย่างไรดีหล่ะ"
"ก้อ
เธอยังรักเค้าอยู่หรือป่าวหล่ะ"
ฝ่ายหยิงตอบ
"รักสิ
รักมากด้วย"
"ถ้าอย่างนั้น
ก็มอบความรักให้เขาต่อไปสิ
ก้อเธอรักเค้านี่น่า"
"อืมม"
หญิงสาวทำตามคำแนะนำของฝ่ายชาย
หลังจากนั้น
วันหนึ่ง
ระหว่างที่เพื่อนชายหนุ่มเดินกลับบ้าน
เค้าเห็นหญิงสาวนั่งร้องไห้อยู่ข้างทาง
"เธอ เป็นอะไรหน่ะ
ให้เราช่วยไหม"
"เค้าไม่รักเราเลยหล่ะ
เขาเปลี่ยนไป
เด๋วนี้เขาไม่เคยมาส่งเราที่บ้านเลย"
"แล้วเราจะช่วยอะไรเธอได้บ้างหล่ะ"
"ช่วยอยู่กับเราซักพักได้ไหม"หญิงสาวร้องขอ
ทั้งสองนั่งอยู่ด้วยกันโดยไม่พูดอะไรเลย
นที่สุดหญิงสาวก็เอ่ยขึ้น
"เราควรจะทำอย่างไรดี
เธอจะช่วยเราได้ไหม
ว่าเราควรจะทำอย่างไรดี"
"เธอยังรักเขาอยู่หรือป่าวหล่ะ"
"รักสิ เรารักเค้ามากเลย"
"ถ้าอย่างนั้นก้อรักเค้าต่อไปสิ"
"แต่เค้าไม่รักเราเลยนี่น่า"
หญิงสาวร้องไห้โฮ
"แต่เธอก็รักเขาไม่ใช่หรอ"
และชายหนุ่มก็ส่งหญิงสาวที่บ้านอย่างที่เคยทำมาแต่ก่อน
"ถ้าเมื่อไหร่ที่เธออยากให้เรามาส่งเธอที่บ้าน
อย่าลืมเรียกเรานะ"
"อืม"
และหญิงสาวก็เดินขึ้นบ้านไป
ต่อมาวันหนึ่งชายหนุ่มได้รับโทรศัพท์จากหญิงสาว
"เราไม่ไหวแล้ว ช่วยมารับเราที"
เสียงของหญิงสาวดูช่างอ่อนล้า
และหมดกำลัง
เธอกำลังร้องไห้อย่างฟูมฟายอยู่
ชายหนุ่มไปหาเธอและไปรับเธอมาส่งบ้าน
เธอยังคงถามชายหนุ่มนั้นเมื่อที่เคยถามมา
"เราจะทำอย่างไรต่อไปดี"
"เธอเลิกรักเค้าแล้วหรอ"
"ป่าว เรายังรักเค้ามาก
เรายังรักเขาอยู่"
"งั้นก็เหมือนที่เราเคยพูดไว้
รักเขาต่อไป
เพราะมันไม่สำคัญหรอกว่าเขาจะรักเธอไหม
แต่ถ้าเธอยังรักเขา
เธอก็คงทำได้แค่รักเขาให้มากขึ้น
ให้เขารู้ว่าเธอรักเขา"
วันที่เธอเรียนจบ
เพื่อนชายหนุ่มของเธอมาแสดงความยินดีกับเธอ
เธอแปลกใจมากที่เพื่อนชายหนุ่มของเธอยังเรียนไม่จบ
เธอถามเขาว่าทำไม
ชายหนุ่มตอบว่า
เขาขี้เกียจไปหน่อย
ทำให้เขาต้องเรียนซ้ำวิชาหนึ่งจึงยังเรียนไม่จบ
หญิงสาวแปลกใจ
เพราะตลอดมา
ชายหนุ่มคนนี้เป็นคนขยัน
ต่อมาแฟนหญิงสาวได้แต่งงานกับหญิงสาว
เนื่องด้วยเห็นถึงความรักที่หญิงสาวมีให้มากมาย
หญิงสาวได้ชวนเพื่อนของตนมางานแต่งของเธอ
"เราไม่ว่างจริงๆ
เราติดธุระหน่ะขอโทษนะ"เพื่อนชายตอบเธอด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
หญิงสาวโกรธและเสียใจที่ชายหนุ่มไม่มางานแต่งจึงวางหูใส่
แต่หญิงสาวก็ต้องประหลาดใจเมื่อวันที่เธอแต่งงาน
ชายหนุ่มได้มาก่อนที่งานแต่งจะจบ
"ยินดีด้วยนะ เรามาแล้วนะ"
หญิงสาวดีใจมากที่เพื่อนของเธอมา
ถึงจะเพียงชั่วเวลาสั้นๆ
ต่อมาหญิงสาวก็มีความสุขกับชีวิตแต่งงานจนไม่ได้ติดต่อกับชายหนุ่ม
จนวันหนึ่งหญิงสาวได้ทะเลาะกับสามีของตน
หญิงสาวไม่รู้จะไปปรึกษาใคร
จึงนึกถึงชายหนุ่มขึ้นมา
แต่แม้ว่าหญิงสาวจะโทรไปเท่าไหร่
ก็ไม่สามารถติดต่อกับชายหนุ่มคนนั้นได้เลย
เขาจึงโทรหาเพื่อนของชายหนุ่มคนนั้น
เพื่อนของชายหนุ่มเล่าว่า
ชายหนุ่มเป็นโรคร้าย
เขาไม่สามารถไปไหนได้
ตอนนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมาร่วมหลายเดือน
หญิงสาวตกใจมากถามว่าเป็นอะไร
เพื่อนชายหนุ่มบอกว่า
อาการกำเริ่มเพราะวันที่ชายหนุ่มต้องมาผ่าตัด
ชายหนุ่มดันหายตัวไป
และเพื่อนชายยังบอกอีกว่า
"เป็นนิสัยเสียของมันหน่ะ
มันชอบหายตัวไปไหนก็ไม่รู้ในช่วงเวลาสำคัญๆ
คราวที่แล้วสอบไล่
ก็หายตัวไปจากห้องสอบ"
หญิงสาวตกใจมาก
เลยขอที่อยู่ของโรงพยาบาลที่ชายหนุ่มรักษาตัว
หญิงสาวไปเยี่ยมชายหนุ่มที่โรงพยาบาล
เมื่อเปิดประตูเข้าไป
ก็ต้องตกใจ
ชายหนุ่มที่เคยดูแข็งแรง
กับผอมซูบ
ไม่มีแรง
เมื่อชายหนุ่มเห็นเธอก็ดีใจทักทายเธอเป็นการใหญ่
"เป็นอย่างไรมั้ง
ไม่เจอกันตั้งนาน"
หญิงสาวนิ่งเงียบซักพักน้ำตาหญิงสาวก็ออกมา
"อ้าวร้องไห้ทำไมหล่ะ เธอหน่ะ
ไปทะเลาะกับแฟนมาอีกแล้วหรอ
จะให้เราช่วยอะไรไหม
แต่เราก็คงจะแนะนำเหมือนเดิมหน่ะ"
หญิงสาวเข้าไปหาชายหนุ่มแล้วบอกกับชายหนุ่มว่า
"วันที่เธอมารับเราเป็นวันสอบไล่ใช่ไหม"
ชายหนุ่มทำหน้าตกใจและไม่กล้าพูดอะไรทั้งสิ้นกลับนิ่งเงียบไป
หญิงสาวจึงพูดต่อ
"และวันที่เธอต้องผ่าตัดใหญ่
ธอกลับมางานแต่งงานของฉันใช่ไหม"
ชายหนุ่มไม่รู้จะพูดอะไรอีกแล้ว
กลับนิ่งเงียบกว่าเดิม
หญิงสาวเข้าไปกอดชายหนุ่มแล้วพูดด้วยน้ำเสียงสั่น
"ตลอดเวลา เรารักแต่คนอื่น
มองแต่คนอื่น
เรากลับไม่รู้เลยว่าเธอรักเรามากแค่ไหน
เรารู้สึกเสียใจจริงๆที่ไม่ได้รักเธอมากกว่านี้"
ชายหนุ่มยิ้มขึ้นแล้วบอกกับหญิงสาวด้วยเสียงอันแผ่วเบาว่า
"เราบอกแล้วไง ถ้าเรารักใครซักคน
เราก็ต้องรักเขาให้มากๆ
ไม่สำคัญหรอกว่าเขาจะรักเราหรือไม่หน่ะ
มันสำคัญแค่เพียงว่าเรายังรักเธออยู่หรือเปล่า
แค่เราสามารถช่วยเธอได้
นั่นก็เป็นความสุขของเราแล้ว"
หญิงสาวรู้สึกเสียใจมาก
นั่งร้องไห้โห่อยู่ที่ตักของชายหนุ่ม
ชายหนุ่มจึงพูดขึ้นว่า
"ถ้าเราหายเมื่อไหร่
เราจะไปส่งเธอที่บ้านอีกนะ"
"อื้อ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงเล็กๆ
 
Mar 7 3:08 PM
 
ขำๆกันน่าร้อน(ไม่รู้ว่าจะตลกหรือป่าว)

เป็นตัวอย่าง

ชีวิตของเจมช่างเลวร้ายเสียจริงๆ ตั้งแต่เขาเป็นเด็กเล็กๆ
แล้วที่ถูกเพื่อนฝูงกลั่นแกล้งตลอดเพราะว่าเขาตัวเล็กกว่าทุกคน
เจมเลยไม่กล้ามีนัดกับสาวคนไหนเลย และเขาก็ยังครองตัวบริสุทธิ์มาโดยตลอด
จนถึงวันนี้ที่เขามีอายุครบ 20 ปี
เพื่อเป็นการข่มความรู้สึกเศร้าหมองในใจ
เจมเลยออกไปนั่งดื่มไวน์ปลอบใจตัวเองตามลำพังในวันครบรอบวันเกิดที่ 20 ของเขา
ขณะนั่งอยู่ในบาร์นั้น ก็มีแม่ม่ายคนหนึ่งกระแซะเข้ามาใกล้ๆ ชวนเขาคุย
ซื้อไวน์เลี้ยงเขา แล้วในที่สุดเธอก็พูดว่า
"นี่ พ่อหนุ่ม ฉันรู้ว่าเราควรทำอะไรต่อ เธอไปกับฉันซิ"
แม่ม่ายหุ่นเซ็กซี่ชวนด้วยน้ำเสียงแสนหวาน
เจมตื่นเต้นเอามากๆ จนแทบก้าวขาไม่ออก แต่อย่างไรก็ตาม
เขาก็ไปถึงบ้านม่ายสาวแสนสวยในที่สุด
พอถึงบ้านเธอก็บอกเขาว่า
"คุณเข้าไปในห้องนอนก่อนซิ..ถอดเสื้อผ้าออกให้หมดนะ เดี๋ยวจะตามไป"
เจมทำตามคำสั่ง และแล้วในขณะที่เขานอนตัวสั่นด้วยความตื่นเต้นใต้ผ้าห่ม
ประตูห้องนอนก็เปิดออก ม่ายสาวเดินมาพร้อมกับลูกชายวัย 9 ขวบของเธอ..เธอเปิดไฟ
เลิกผ้าห่มออก แล้วพูดด้วยเสียงอันดังว่า

"นี่ลูก..เห็นไหม หากลูกไม่ยอมกินข้าวเยอะๆ ไอ้จู๋ของลูกก็จะเล็กแบบนี้แหละ"


วิธีขจัดความเงียบสงัดในลิฟท์

ธรรมชาติประการหนึ่งของคนในลิฟท์คือ ทุกคนจะวางตัวเย่อหยิ่ง ไม่รู้จัก
ไม่มองหน้ากัน
ไม่ยิ้มแย้ม ตาจ้องที่เลขบอกชั้น บรรยากาศยะเยือกเหมือนเกิดสงครามเย็น
แต่คุณอาจเปลี่ยนแปลงมันได้โดย
1. สั่งขี้มูกใส่ผ้าเช็ดหน้า ส่งให้คนรอบๆ ดู ถามว่า "ขี้มูกสีนี้มีเชื้อไหมครับ?"
2. กรณีที่ขึ้นหลายชั้น แกว่งตัวไปมาให้ลิฟท์โยกเยก พลางร้อง " ฮุยเลฮุย "
3. แจกนามบัตรและขอนามบัตร
4. ทำเสียงบึมทุกครั้งที่มีคนกดปุ่ม
5. จับมือคนที่เข้าใหม่ พลางพูดว่า " ยินดีต้อนรับ ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ "
6. ร้อง " ติ๊งต่อง " ทุกครั้งที่ประตูปิด ( น่าจะเป็นเปิดมากกว่า ช่างเหอะ )
7. ไอแห้งๆ เป็นระยะ บ่นพึมพำว่ายาวัณโรคหมดหลายเดือนแล้ว
8. ยืนเงียบๆ ที่มุมในสุด หันหน้าชิดฝา ไม่ขยับร่างกาย พึมพำคาถา ไม่ต้องลงแม้ลิฟท์จะขึ้นสุดแล้ว
9. ผายลมต่อเนื่อง มองผู้หญิงข้างๆ แล้วยิ้ม
10. รำมวยไทเก็ก
11. พูดเสียงดังว่า " เอ๊ะ ปุ่มอะไร ? " แล้วกดปุ่มสีแดงที่เขียนว่าหยุดฉุกเฉิน
12. แง้มกระเป๋าถือ ชะโงกหน้าดูข้างใน พูดกับกระเป๋าว่า " คุณสบายดีไหม? อากาศในนั้นพอหายใจหรือเปล่า? เดี๋ยวก็ถึงแล้ว"
13. เข้าทรง

ยิ้มให้กันหน่อยน่า อย่างน้อยถามว่า ไปชั้นไหนคะ เป็นธุระกดลิฟท์ให้...ก็ยังดี

Title
body
 

Purchase additional coins

You need an additional: hi5 Coins hi5 Coins

Get Coins No Thanks